ห้องเรียนเสมือนจริงครูน้องออนไลน์

คุณยังไม่ได้เข้าสู่ระบบค่ะ (เข้าสู่ระบบ)

 
Skip หน้าหลัก

หน้าหลัก

Skip เว็บไซท์ที่เกี่ยวข้องSkip เว็บไซท์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซท์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ข่าวและประกาศ

รูปภาพของครูน้อง ดอทคอม
6 พ.ย.2310 วันชนะศึก พระเจ้าตากกู้ชาติ
โดย ครูน้อง ดอทคอม - Tuesday, 5 November 2019, 04:28PM
 

คนไทยสายประวัติศาตร์จะรู้ดีว่า วันนี้เมื่อ 252 ปีก่อน คือวันกอบกู้เอกราชของเจ้าตาก ที่นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ไทย

ส่วนคนไทยสายเพลงเพื่อชีวิต อาจรู้สึกฮึกเหิมเมื่อได้ฟังเพลงเจ้าตากของวงคาราบาว และได้รับรู้คร่าวๆ ว่า กิจสำคัญครั้งนั้น เจ้าตากทุ่มสุดตัวขนาดไหน ที่ว่าทุบหม้อข้าวทิ้ง ไม่ใช่เรื่องเล่าขำๆ

เพราะเจ้าตากทำการรวบรวมกองกำลังที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในกรุงศรีอยุธยา เพื่อกู้คือเอกราชกลับมา ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองอันส่งผลให้เกิดสภาพจลาจลโดยทั่วไปราชอาณาจักรอยุธยาเดิมจึงถูกแบ่งออกเป็นชุมนุมต่าง ๆ เป็นอิสระต่อกัน

หลังจากที่ ราวปี 2309 ก่อนเสียกรุง พระยาตากได้นำทหารในบังคับบัญชาตีฝ่าวงล้อมของกองทัพพม่าไปทางด้านทิศตะวันออกของกรุงศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมผู้คนและยุทธปัจจัยต่าง ๆ มาสู้รบกับกองทัพพม่าอีกครั้ง ในระหว่างนั้นยังได้ตั้งตนเป็นเจ้าเมืองระยอง

เมื่อเจ้าตาก เตรียมกำลังรบจนพร้อมสรรพแล้ว จึงได้เคลื่อนพลกลับไปยังกรุงศรีอยุธยาทางด้านปากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อทำการขับไล่ทหารพม่าที่ยังคงเหลืออยู่ออกไปได้สำเร็จ

เบื้องหลังก่อนจะถึงวันสำคัญ

ข้อมูลจากวิกิพีเดียเล่าว่า วันที่ 7 เมษายน 2310 เวลาประมาณบ่ายสามโมง พม่าจุดไฟสุมรากกำแพงเมืองตรงหัวรอที่ริมป้อมมหาชัย และยิงปืนใหญ่ระดมเข้าไปในพระนคร จากบรรดาค่ายที่รายล้อมทุกค่าย

พอเพลาพลบค่ำกำแพงเมืองตรงที่เอาไฟสุมทรุดลง เวลา 2 ทุ่ม แม่ทัพพม่ายิงปืนเป็นสัญญาณให้ทหารเข้าพระนครพร้อมกันทุกด้าน พม่าเอาบันไดปีนพาดเข้ามาได้ตรงที่กำแพงทรุดนั้นก่อน ทหารอยุธยาที่รักษาหน้าที่เหลือกำลังจะต่อสู้ พม่าก็สามารถเข้าพระนครได้ในเวลาค่ำวันนั้นทุกทาง

หลังจากกรุงแตกแล้ว กองทัพพม่าได้พักอยู่ถึงวันที่ 6 มิถุนายน 2310 ก่อนจะรวบรวมเชลยและทรัพย์สมบัติแล้วยกทัพกลับ ในบรรดาเชลยนั้นมีสมเด็จพระเจ้าอุทุมพรไปด้วย เนเมียวสีหบดีได้แต่งตั้งให้สุกี้เป็นนายทัพ คุมพล 3,000 คน ตั้งค่ายอยู่ที่ค่ายโพธิ์สามต้น คอยกวาดต้อนผู้คนและทรัพย์สินตามกลับไปภายหลัง

หลังจากนั้นทำให้เกิดชุมนุมทางการเมืองในระดับต่างๆ ซึ่งเป็น “รัฐบาลธรรมชาติ” ขึ้นมาในท้องถิ่นทันที ส่วนรัฐบาลธรรมชาติซึ่งมีขนาดใหญ่เกิดจากการที่บรรดาเจ้าเมืองขนาดใหญ่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามมากนักได้ตั้งตนเป็นใหญ่ในเขตอิทธิพลของตน เรียกว่า “ชุมนุม” หรือ “ก๊ก” ซึ่งมีจำนวน 4-6 แห่งทีเดียว นับเป็นมหันตภัยร้ายแรงเมื่อไม่มีชุมนุมทางการเมืองใดที่จะกอบกู้เอกราชหรือฟื้นฟูชาติให้กลับคืนดังเดิม

นโยบายทางการเมือง

ช่วงนั้น พระยาตากได้ประกาศนโยบายรื้อฟื้นราชอาณาจักรอยุธยา ซึ่งมีความแตกต่างจากชุมนุมอื่นๆ ที่เป็นเพียงแต่กลุ่มโจรปล้นสะดมเพื่อรักษาความอยู่รอดท่านั้น กิตติศัพท์ดังกล่าวทำให้มีตระกูลขุนนางบางส่วนจากกรุงศรีอยุธยามาสวามิภักดิ์ด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังอาจมองได้ในอีกแง่หนึ่ง คือ พระยาตากได้ประกาศตนเป็นพระเจ้าแผ่นดินนับตั้งแต่ยกทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาแล้ว ทำให้กองกำลังของพระยาตากเป็น “กลุ่มการเมืองติดอาวุธ” จึงแตกต่างไปจากชุมนุมอื่น การกระทำเช่นนี้ทำให้ขุนนางระดับผู้น้อยเข้ามาสวามิภักดิ์ต่อพระยาตากจำนวนหนึ่ง ส่วนขุนนางระดับสูงยังไม่เข้าร่วมด้วย เพราะมองเห็นว่ากลุ่มของพระยาตากยังไม่น่าประสบความสำเร็จตามนโยบาย

เส้นทางเดินทัพของพระยาตาก

ย้อนไปในวันที่ 4 มกราคม 2309 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ ขึ้น 4 ค่ำ เดือนยี่ จุลศักราช 1128 ปีจอ อัฐศก พระยาตากเห็นว่ากรุงศรีอยุธยาคงต้องเสียทีแก่พม่า จึงตัดสินใจร่วมกับพระยาพิชัยพระเชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงราชเสน่หา ขุนอภัยภักดี พร้อมด้วยทหารกล้าราว 500 คน มีปืนเพียงกระบอกเดียว แต่ชำนาญด้านอาวุธสั้น ยกกำลังออกจากค่ายวัดพิชัย และตีฝ่าวงล้อมทหารพม่าไปทางทิศตะวันออก มุ่งตรงไปยังบ้านโพธิ์สังหาร

ขณะที่เนื้อความในคำให้การขุนหลวงหาวัด เอกสารที่ใกล้เคียงกับยุคสมัยมากกว่า ได้ระบุว่ามีราชโองการให้ “พระยาตาก” พระยาเพชรบุรี และหลวงสุรเสนีแต่งทัพเรือไปคอยดักสกัดทัพเรือพม่าที่วัดใหญ่ พระยาเพชรบุรีนำกำลังรุดเข้าตีทหารพม่าก่อนแต่กลับพ่ายแพ้ถูกสังหารในที่รบ “พระยาตาก หลวงสรเสนีถอยมาแอบดู หาช่วยหนุนไม่ แล้วไปตั้งอยู่ ณ วัดพิชัย”

รุ่งเช้า ได้ต่อสู้กับกองทหารพม่าจนล้มตายและบางส่วนแตกหนีไป ก่อนเดินทางไปตั้งค่ายพักอยู่บ้านพรานนก ในขณะนั้นมีทหารพม่ากองหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยทหารม้าประมาณ 30 คน ทหารเดินเท้าประมาณ 200 คน เดินทางมาจากแขวงเมืองปราจีนบุรี สวนทางมาพบทหารพระยาตากที่เที่ยวหาเสบียงอาหาร ทหารพม่าก็ไล่ตามมาแต่ถูกกลอุบาย “วงกับดักเสือ” ถูกตีกระหนาบจนแตกหนีไป

พวกราษฎรที่หลบซ่อนอยู่ ทราบข่าวพระยาตากรบชนะพม่า ก็พากันเข้ามาสมัครเป็นพรรคพวก พระยาตากจึงให้ราษฎรไปเกลี้ยกล่อมหัวหน้านายซ่องมาสวามิภักดิ์ และให้นำช้างม้าพาหนะและเสบียงอาหารมาด้วย

นายซ่องทั้งหลายไม่ยอมอ่อนน้อมก็ถูกปราบปรามจนราบคาบริบพาหนะ ผู้คน ช้าง ม้า และศาสตราวุธได้เป็นจำนวนมาก

หลังจากนั้นเจ้าตากจึงยกกองทหารไปทางนาเริงเมืองนครนายก ผ่านด่านกบแจะ ข้ามลำน้ำปราจีนบุรีไปตั้งพักอยู่ชายดงศรีมหาโพธิ์ ข้างฝั่งตะวันออก พม่าที่ตั้งทัพอยู่ปากน้ำเจ้าโล้ หรือปากน้ำโจ้โล้ เมืองฉะเชิงเทรา

พระยาตากได้ยกกองทัพผ่านเมืองฉะเชิงเทรา ชลบุรี แล้วจึงเดินทางต่อไปยังบ้านนาเกลือ แขวงเมืองบางละมุง เมื่อถึงเมืองระยอง เจ้าเมืองระยองซึ่งได้ยินกิติศัพท์ของพระยาตากก็ยอมอ่อนน้อมเชิญให้เข้าเมือง

นับตั้งแต่ได้ถอนตัวออกจากการป้องกันพระนครนั้น ภายในเวลาไม่ถึงเดือนก็สามารถยึดเมืองระยองเป็นที่มั่นได้ ย่อมแสดงให้เห็นถึงความสามารถและศักยภาพที่มีอยู่เหนือกว่าชุมนุมอื่นๆ ในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยา

เส้นทางเดินทัพของพระยาตาก

การประกาศยึดเมืองระยองได้กระทำกลางทุ่งนาและไพร่พลจำนวนมาก พระยาตากได้ประทับ ณ บริเวณวัดลุ่มมหาชัยชุมพล หลังจากนั้นบรรดาแม่ทัพนายกองที่สวามิภักดิ์ ต่างพร้อมใจกันยกพระยาตากขึ้นเป็นผู้นำขบวนการกอบกู้แผ่นดินและเรียกพระยาตากว่า "เจ้าตาก" นับตั้งแต่นั้นมา

ถึงแม้จะเป็นเสมือนผู้ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง แต่เจ้าตากก็ระวังตนมิได้คิดตั้งตัวเป็นกบฏให้เรียกคำสั่งว่าพระประศาสน์อย่างเจ้าเมืองเอกเท่านั้น

อันเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พม่าเข้าตีกรุงศรีอยุธยาได้ในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. ข่าวกรุงแตกได้แพร่กระจายออกไปขณะที่พระยาตากอยู่ที่เมืองระยองพระยาตากจึงได้ประกาศตนเป็นผู้นำในการกอบกู้กรุงศรีอยุธยาให้กลับรุ่งเรืองดังเดิม พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา กล่าวถึงคำพูดของพระยาตากไว้ตอนหนึ่งว่า

“ตัวเราคิดจะซ่องสุมประชาราษฎรในแขวงหัวเมืองให้ได้มาก แล้วจะยกกลับไปกู้กรุงให้คงคืนเป็นราชธานีดังเก่า แล้วจัดทำนุบำรุงสมณพราหมณาประชาราษฎร ซึ่งอนาถาหาที่พำนักมิได้ให้ร่มเย็นเป็นสุขานุสุข แล้วจะยอยกพระบวรพุทธศาสนาให้โชตนาการขึ้นเหมือนอย่างแต่ก่อน เราจะตั้งตัวเป็นเจ้าขึ้นให้คนทั้งหลายยำเกรงจงมาก ซึ่งจะก่อกู้แผ่นดินจึงจะสำเร็จโดยง่าย ท่านทั้งหลายจะเห็นประการใด” — พระยาตาก

การยึดจันทบุรี

เจ้าตากเดินทัพจากระยองผ่านแกลง เข้าบางกระจะมุ่งยึดจันทบุรี เจ้าเมืองจันทบุรีไม่ยอมสวามิภักดิ์ เจ้าตากต้องการยึดเมืองจันทบุรีไว้เป็นที่มั่นเพื่อรวบรวมกำลังมาตีพม่า จึงสั่งทหารทุกคนว่า

“เราจะตีเมืองจันทบุรีในค่ำวันนี้ เมื่อกองทัพหุงข้าวเสร็จแล้ว ทั้งนายไพร่ให้เททิ้งอาหารที่เหลือและต่อยหม้อเสียให้หมด หมายไปกินข้าวเช้าด้วยกันที่ในเมืองเอาพรุ่งนี้ ถ้าตีเอาเมืองไม่ได้ในค่ำวันนี้ ก็จะให้ได้ตายเสียด้วยกันให้หมดทีเดียว”

ในวันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน 2310 ครั้นถึงเวลา 19.00 น. เจ้าตากจึงได้สั่งให้ทหารไทยและจีนลอบเข้าไปอยู่ตามสถานที่ที่ได้วางแผนไว้แล้ว ให้คอยฟังสัญญาณเข้าตีเมืองพร้อมกัน จึงให้โห่ขึ้นให้พวกอื่นรู้

เมื่อเวลา 03.00 น. เจ้าตากก็ขึ้นคอช้างพังคีรีบัญชรให้ยิงปืนสัญญาณพร้อมกับบอกพวกทหารเข้าตีเมืองพร้อมกัน ส่วนเจ้าตากก็ไสช้างเข้าพังประตูเมืองจนทำให้บานประตูเมืองพังลง ทหารเจ้าตากจึงกรูกันเข้าเมืองได้ พวกชาวเมืองต่างพากันละทิ้งหน้าที่หนีไป ส่วนพระยาจันทบุรีก็พาครอบครัวลงเรือหนีไปยังเมืองบันทายมาศ

เจ้าตากตีเมืองจันทบุรีได้ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 7 แรม 3 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เพลา 3 ยามเศษ ตรงกับวันที่ 15 มิถุนายน 2310 เวลาประมาณ 03.00 น. หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาแล้ว 2 เดือน

หลังจากนั้น เจ้าตากได้เคลื่อนทัพไปยังเมืองตราด พวกกรมการและราษฎรเกิดความเกรงกลัวต่างพากันมาอ่อนน้อมโดยดี ที่ปากน้ำเมืองตราดมีเรือสำเภาจีนมาทอดทุ่นอยู่หลายลำ เจ้าตากได้เรียกนายเรือมาพบ แต่พวกจีนนายเรือขัดขืนต่อสู้ เจ้าตากจึงนำกองเรือไปล้อมสำเภาจีนเหล่านั้น ได้ทำการต่อสู้กันอยู่ประมาณครึ่งวันเจ้าตากก็ยึดสำเภาจีนไว้ได้หมด ได้ทรัพย์สินสิ่งของมาเป็นจำนวนมาก

กอบกู้กรุงศรีอยุธยา

เจ้าตากได้เดินทางกลับจากตราดมาตั้งมั่นรวบรวมผู้คนอยู่ที่เมืองจันทบุรี เพื่อวางแผนปฏิบัติการรบเพื่อตีกรุงศรีอยุธยาคืนจากข้าศึก พร้อมกับสั่งให้ต่อเรือรบและรวบรวมเครื่องศัตราวุธและยุทธภัณฑ์ภายในเวลา 3 เดือน พร้อมกับฝึกไพร่พลให้พร้อมที่จะปฏิบัติการ

เมื่อสิ้นฤดูมรสุมในเดือนตุลาคม 2310 เจ้าตากได้ยกกองทัพเรือจากจันทบุรี เข้ามาทางปากแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วเข้าโจมตีข้าศึกที่เมืองธนบุรี

เมื่อเจ้าตากยึดเมืองธนบุรีและปราบนายทองอินได้แล้ว จึงเคลื่อนทัพต่อไปที่กรุงศรีอยุธยาเข้ายึดค่ายโพธิ์สามต้นปราบพม่าจนราบคาบ

สามารถกอบกู้กรุงศรีอยุธยากลับคืนมา เมื่อวันศุกร์ เดือน 12 ขึ้น 15 ค่ำ จุลศักราช 1129 ปีกุน นพศก เวลาบ่ายโมงเศษ ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2310 เวลาประมาณ 13.00 น. ใช้เวลา 7 เดือนหลังจากคราวเสียกรุงศรีอยุธยา

ปราบดาภิเษก

หลังจากสร้างพระราชวังบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ทรงจัดการบ้านเมืองเรียบร้อยพอสมควร บรรดาแม่ทัพ นายกอง ขุนนาง ข้าราชการทั้งฝ่ายทหารและพลเรือน ตลอดทั้งสมณะพราหมณาจารย์และอาณาประชาราษฎร์ทั้งหลาย จึงพร้อมกันกราบบังคมทูลอัญเชิญขึ้นทรงปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ ณ วันจันทร์ ขึ้น 8 ค่ำ เดือนยี่ ปีกุน จุลศักราช 1128

ซึ่งตรงกับวันที่ 28 ธันวาคม 2310 ทรงพระนามว่าพระศรีสรรเพชญ์ หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 4 แต่เรียกขานพระนามของพระองค์ติดปากว่า "สมเด็จพระเจ้าตากสิน" หรือ "สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี"

ซากโบราณสถานวัดพระศรีสรรเพชญ์ ภายในพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา

ซึ่งหลงเหลือจากสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง

เดิมพระองค์ทรงคิดที่จะปฏิสังขรณ์พระนครศรีอยุธยาให้กลับคืนเป็นดังเดิม แต่หลังจากตรวจดูแล้วยากต่อการฟื้นฟู จึงทรงให้อพยพผู้คนและทรัพย์สินลงมาทางใต้ และตั้งราชธานีใหม่ขึ้นที่เมืองธนบุรี เรียกนามว่ากรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร

**************************

ขอบคุณข้อมูลทั้งหมดจาก วิกิพีเดีย

รูปภาพของครูน้อง ดอทคอม
ขั้นตอนการเข้าห้องเรียนเสมือนจริง
โดย ครูน้อง ดอทคอม - Sunday, 1 September 2019, 01:57PM
 
1.ให้นักเรียนเข้าเว็บไซท์ www.krunong.com คลิกเข้าสู่ห้องเรียนเสมือนจริงครูน้องออนไลน์
2.คลิกเลือกวิชาที่เรียน
3.ให้นักเรียนเข้าสู่ระบบตามชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ครูแจกให้
4.ให้นักเรียนคลิกบทเรียน เนื้อหาที่เป็นทั้งเอกสารข้อความ รูปภาพ วีดิทัศน์ ตามความต้องการจนกว่าจะเข้าใจ
5.คลิกทำกิจกรรมตอบคำถามในกระดานข่าว ใบงาน แบบฝึกหัด หรืองานที่ครูมอบหมาย ส่งภายในและเวลาที่กำหนด
6.ทำแบบทดสอบในและเวลาที่ครูกำหนดเท่านั้น
รูปภาพของครูน้อง ดอทคอม
ทักทายกันก่อน
โดย ครูน้อง ดอทคอม - Tuesday, 20 August 2019, 11:52AM
 
sสวัสดีค่ะนักเรียนที่รักทุกคน ห้องเรียนเสมือนจริงครูน้องออนไลน์ภายใต้ชื่อ www.krunong.com ได้เริ่มจดทะเบียนมาตั้งแต่เดือนธันวาคม 2546 จนถึงปัจจุบันรวมเวลาผ่านมา 16 ปี ที่ครูมีจุดหมายที่จะสร้างทางเลือกและโอกาส ความทันสมัย ให้กับนักเรียนโรงเรียนอนุบาลตากอง เพื่อมีเป้าหมายให้นักเรียนได้มีโอกาสเปิดประตูสู่โลกกว้างออกมาจากห้องเรียนสี่เหลี่ยมเพียงอย่างเดียว "ห้องเรียนเสมือน (Virtual Classroom) หมายถึงการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์โดยใช้ช่องทางของระบบการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนสามารถใช้คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตเข้าไปเรียนในเว็บไซต์ ที่ออกแบบกระบวนการเรียนการสอนให้มีสภาพแวดล้อมคล้ายกับเรียนในห้องเรียนแบบปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอนและผู้เรียนกับผู้เรียน โดยมีบรรยากาศเสมือนพบกันจริง กระบวนการเรียนการสอนจึงไม่ใช่การเดินทางไปเรียนในห้องเรียนแต่เป็นการเข้าถึงข้อมูลเนื้อหาของบทเรียนได้โดยผ่านคอมพิวเตอร์ " รูปแบบของห้องเรียนเสมือนจริงครูน้องออนไลน์นั้น จำลองเหมือนกับห้องเรียนจริง คือมีการนำเสนอเนื้อหาบทเรียนหลากหลายรูปแบบ เช่น Text รูปภาพ เสียง วีดิทัศน์ และมัลติมีเดีย นักเรียนสามารถกลับไปเลือกทบทวนบทเรียนได้ตามที่ต้องการไม่จำกัดจำนวนครั้ง ไม่จำกัดเวลา นอกจากนี้ นักเรียนสามารถกลับไปส่งงานหรือการบ้านหรือแบบฝึกหัดที่ได้รับมอบหมายที่บ้านได้ หากทำส่งที่โรงเรียนไม่ทัน โดยไม่จำกัดเวลาเช่นกันหากนักเรียนมีข้อสงสัย ไม่เข้าใจ นักเรียนสามารถซักถามพูดคุยกับครูหรือเพื่อนๆได้ในระบบ Chat ของห้องเรียนเสมือนจริง เพื่อติดต่อสื่อสารกับครูผู้สอน ซึ่งในบ้างครั้งนักเรียนบางคนอาจจะไม่กล้าถามตรงๆกับครูในห้องเรียนปกติ ที่สำคัญมีระบบทำแบบทดสอบออนไลน์ โดยประหยัดกระดาษ สะดวกต่อการรู้ผลได้อย่างรวดเร็ว เพราะข้าพเจ้าได้สร้างระบบให้โปรแกรมตรวจข้อสอบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นการประหยัดเวลา ประหยัดทรัพยากร และสะดวกรวดเร็วอีกด้วย ทั้งนี้ในห้องเรียนเสมือนจริง(Virtual Classroom) ครูยังจัดมุมความรู้เพิ่มเติม มุมพักผ่อน มุมคนเก่งประจำห้องเรียน มุมข่าวสาร ไว้อีกด้วย ทั้งหมดภายใต้เว็บไซท์ขชื่อโดเมนที่จำง่าย คือ www.krunong.com

รายวิชาที่มีอยู่


ยิ้มแหล่งเรียนรู้ติวออนไลน์ยิ้ม

Virtual school
คลังข้อสอบ
ติวฟรี
DLIT
ฮ ฮูกดอทคอม
Skip ปฏิทิน

ปฏิทิน

อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 วันนี้ Friday, 15 November 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
Skip สมาชิกออนไลน์

สมาชิกออนไลน์

(ในช่วง 5 นาทีที่ผ่านมา)
ไม่มี
Skip รูปนักเรียนปี 2561Skip มุมพักผ่อนฟังเพลงSkip เพจห้องเรียนครูน้องออนไลน์

เพจห้องเรียนครูน้องออนไลน์

Skip จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม

จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชม

visitor counter widget